ย้อนไปหนึ่งวันก่อนหน้านี้
ณ กระท่อมน้อยกลางป่าหลังหนึ่ง
ฟ่งหลันหลั่นเติบโตมาจากการเลี้ยงดูของชายแก่นิรนามผู้หนึ่ง และอาศัยอยู่ภายในกระท่อมเล็ก ๆ สภาพค่อนข้างทรุดโทรม ปลูกขึ้นกลางป่าห่างจากตัวเมืองจิ่วพอสมควร ซึ่งหากเดินทางด้วยเท้า ต้องใช้เวลาราวเกือบครึ่งชั่วยาม [1]
เมื่อเด็กน้อยเติบโตขึ้นและถึงวัยที่จะต้องเข้าพิธีจี่หลี แต่ด้วยสภาพความเป็นอยู่ของพวกเขา ทำให้ทุกอย่างถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายตามอรรถภาพ
[1] หนึ่งชั่วยาม = สองชั่วโมง ดังนั้น ครึ่งชั่วยาม จะเท่ากับ เวลาหนึ่งชั่วโมง
แววตาเศร้าหมองของตาเฒ่าฟ่งทอดมองมายังฟ่งหลันหลั่น ล้วนเต็มไปด้วยความรักและห่วงใยยิ่งนัก
"หลันหลั่นเอ๊ย ที่จริงวันนี้ข้าควรจัดพิธีจี่หลีของเจ้าให้ถูกต้องครบถ้วนอย่างสมบูรณ์ตามจารีตประเพณี หากเพียงแต่พวกเรามีชีวิตขัดสนยากจนข้นแค้น แถมที่ผ่านมาก็ต้องอยู่กันอย่างหลบซ่อนห่างไกลจากผู้คนมาโดยตลอด..."
แค่ก แค่ก...
ตาเฒ่าฟ่งกล่าวยังไม่ทันจบประโยค เขาก็ไอแรงออกมาอย่างต่อเนื่อง
น้ำเสียงแหบแห้งในลำคอ พร้อมทั้งอาการไอสลับกับลมหายใจที่เหนื่อยหอบ สิ่งนี้บ่งบอกถึงสุขภาพและอายุขัยของเขาได้เป็นอย่างดี
ฟ่งหลันหลั่นแปลกใจ ที่วันนี้ตาเฒ่าของนางดูพูดจาพิกลแต่ถึงจะถาม นางก็คงไม่ได้คำตอบอย่างเช่นที่ผ่านมาอยู่ดี จึงต้องปล่อยผ่านความรู้สึกนั้นไป
"ช่างปะไร ในชีวิตนี้ขอเพียงมีท่านอยู่ด้วย ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข ข้าก็พร้อมจะไปกับท่านในทุกหนแห่งอย่างที่ผ่านมา เงินทองหรือความสะดวกสบายอะไรเหล่านั้น ข้าหาได้สนใจ"
สตรีน้อยกล่าวสวนอย่างฉะฉาน แววตามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว เพราะในชีวิตนี้ เขาคือครอบครัวเพียงคนเดียวที่มีอยู่
"องค์หญิงน้อยฟังข้าให้ดีนะ จากนี้ไปเจ้าจะต้องดูแลตัวเองให้ดี เลิกเข้าไปยุ่งกับเรื่องของผู้อื่นโดยไม่จำเป็นเสียที อย่าแส่หาเรื่องใส่ตัวให้มันมากนัก ไม่งั้นเจ้าจะอายุสั้นและอาจคงไม่มีโอกาสได้แก่เฒ่าเหมือนเช่นข้า"
ตาเฒ่าฟ่งกล่าวช้า ๆ เสียงหายใจกระเส่าคล้ายคนไม่มีแรง พลางมีเสียงไอแห้ง ๆ สลับกับเสียงพูดออกมาให้ได้ยินเป็นระยะ ๆ ถ้อยคำเหล่านั้นราวกับกำลังสั่งลา
ฟ่งหลันหลั่นจับทางตาเฒ่าฟ่งได้ นางจึงเดินเข้าไปสวมกอดเขาอย่าแนบแน่น ใบหน้าซุกลงไปบนแผ่นอกของร่างกายบางผอมแห้ง ผิวหนังเหี่ยวย่นแทบจะติดโครงกระดูกแล้ว
"อย่าห่วงเรื่องนั้นเลย ข้าไม่ใช่พวกชอบยุ่งเรื่องของชาวบ้านสักหน่อย แต่ถ้ามีคนถูกรังแกและไม่ได้รับความยุติธรรมอยู่ตรงหน้า ข้าก็คงทนมองดูเฉยไม่ได้ ต้องโทษท่านนั่นแหละ ที่เป็นคนสอนข้าให้เติบโตมาเช่นนั้น"
ฟ่งหลันหลั่นกล่าวถ้อยคำหวานออดอ้อนในอ้อมกอดอันแสบอบอุ่นของตาเฒ่า แต่ด้วยนิสัยดื้อรั้นไม่ยอมคน นางจึงโยนความผิดกลับไปให้เขาอย่างฉลาดแกมโกง
เมื่อกล่าวจบนางก็ผละตัวออกจากอ้อมกอดของเขา จากนั้นก็ได้ก้มหน้าต่ำมองตรงช่วงเอวของตัวเอง และล้วงมือเข้าไปด้านในตัวเสื้อพร้อมกับหยิบบางอย่างออกมา พร้อมกับชูสิ่งที่อยู่ในมือขึ้นและส่งยิ้มแฉ่งให้เขา เพื่อหวังที่จะอวดตาเฒ่าฟ่ง ให้เขาดีใจ
"ตาเฒ่า! วันนี้ข้ามีของดีมาฝากท่านด้วย" นางกล่าวขึ้นพร้อมกับดึงจุกออกจากไหสุรานั้นออกและยื่นมันให้เขา
ตาแก่เห็นขวดเหล้าในมือของหลานสาว แววตาก็ลุกโชนขึ้นอย่างตื่นเต้นดีใจ
เขาไม่รอช้ารีบยื่นมือไปคว้าหมับ จับตรงที่คอขวดและดึงมาถือไว้ในมือของตน ต่อจากนั้นก็ยกขึ้นไปแตะปลายจมูกอย่างรวดเร็ว
"เยี่ยม!...หอมมาก เป็นเหล้าชั้นดีเลยทีเดียว เจ้าช่างรู้ใจข้าจริง ๆ ว่าแต่เจ้าไปได้มันมาจากไหนงั้นรึ"
ตาเฒ่าฟ่งย้อนถามหลานสาว พลางกระดกขวดสุราในมือขึ้นดื่มหลายอึกติดกันอย่างรวดเร็ว เหมือนเขากระหายรสชาติของมันมานาน
"หอมู่ต๋า!"
สตรีน้อยตอบห้วน ๆ
ยังไม่ทันจะพูดต่อตาเฒ่าก็เกิดอาการสำลักขึ้นมาอย่างฉับพลัน
แค่กแค่ก...
ฟ่งหลันหลั่นจึงรีบทุบแผ่นหลังของเขาเบา ๆ ปากก็เริ่มบ่นออกมา "ช้า ๆ หน่อยสิ ท่านดื่มเร็วขนาดนั้นเดี๋ยวก็ได้สำลักเหล้าตายก่อนหรอก"
ลักษณะอาการของเขา ทำให้นางแอบคิดกังวลในใจอยู่ไม่น้อย 'อาการป่วยเริ่มเด่นชัดขึ้นทุกวัน ตาเฒ่าเป็นโรคอะไรกัน เขาจะต้องมีเรื่องอะไรบางอย่างปิดบังไว้ไม่ให้เรารู้อย่างแน่นอน'
ตาเฒ่าฟ่งเองก็สังเกตเห็นท่าทีนั้นของนาง เขาจึงแสร้งหัวเราะเสียงดังขึ้น เพื่อหวังเปลี่ยนประเด็นความสนใจ
ฮะฮ่าฮ่า!...
"เจ้าชอบทำตัวเป็นยัยแก่ขี้บ่นมากกว่าข้าเสียอีกนะ เหล้าแค่นี้ไม่ทำให้ข้าตายได้หรอก"
"ช่างเถอะ คนปากแข็งเช่นท่านยังไงก็ไม่มีทางกล่าวความจริงอยู่แล้ว" หลานสาวพูดแขวะตาเฒ่าของตนกลับอย่างรู้ทัน
ฮ้าว...
ตาเฒ่าฟ่งหาวเสียงดังออกมา พร้อมทั้งเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงนอนไม้เก่าของเขา
"เหล้าของเจ้านี่แรงดีใช้ได้ ดื่มไปแค่ไม่กี่อึกเล่นเอาเรี่ยวแรงของข้าอ่อนเพลียเลยทีเดียว จะไปไหนก็ไปเถอะ ข้าขอเอนหลังงีบสักหน่อย แต่ห้ามไปก่อเรื่องไม่ดีข้างนอกและอย่ากลับบ้านดึกล่ะ" ตาเฒ่าฟ่งกำชับหลานสาวเสร็จ เขาก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงซึ่งไร้ผ้าปูรอง
ฟ่งหลันหลั่นเดินเข้าไปหาเขา และเอื้อมมือไปหยิบผ้าห่มเก่าแสนบางผืนหนึ่งซึ่งพับวางอยู่ตรงปลายเท้าของตาเฒ่าฟ่ง และยกมันขึ้นมาคลุมลงบนตัวเขาอย่างห่วงใย
"งั้นท่านก็พักผ่อนเถอะ ส่วนข้าขอเข้าไปในเมืองพบแม่นางมู่สักหน่อย เห็นนางบอกว่ามีงานให้ข้าทำพอดี"
"องค์หญิงน้อยระวังตัวด้วยล่ะ อย่าลืมว่าเจ้าเป็นสตรีไม่ใช่บุรุษนะ" ตาเฒ่าฟ่งยังคงย้ำคำพูดกับหลานสาวอย่างห่วงใย น้ำเสียงแหบแห้งของเขาดังออกมาจากริมฝีปากอย่างเบาบาง ในขณะที่ดวงตานั้นปิดสนิทเรียบร้อยแล้ว
"บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกว่าองค์หญิงน้อย เพราะมันไม่เหมาะกับข้าเอาเสียเลย ท่านพักผ่อนเถอะ ข้าไปละแล้วจะรีบกลับมากินข้าวเย็นด้วย"
ผู้เป็นหลานสาวเข้าใจว่าตาเฒ่าฟ่งคงเหนื่อยล้าเพราะอาการป่วยและโรคชราภาพ นางจึงได้ปล่อยเขาพักผ่อนในกระท่อมนั้น ส่วนตนก็เดินทางกลับเข้าเมืองจิ่ว เพื่อไปหารายได้มาประทังชีพของพวกเขาต่อไป
แต่พอฟ่งหลันหลั่นได้ก้าวขาพ้นออกไปจากกระท่อมได้ไม่นาน
ตาเฒ่าฟ่งซึ่งกำลังนอนอยู่บนเตียง เขาก็ได้กระอักเลือดออกมาเป็นจำนวนมาก จนเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าและเตียงไม้นั้นไปหมด
แค่ก!!!!
"องค์หญิงน้อย เห็นทีว่าลมหายใจของตาเฒ่าคนนี้จะหมดลงในอีกไม่กี่เพลา ข้าคงมิอาจจะอยู่ปกป้องพระองค์ได้อีกต่อไป ไม่ว่าอดีตจะเกิดเรื่องเลวร้ายมากมายแค่ไหน ขอพระองค์ทรงได้โปรดลืมมันให้หมดสิ้น..." ในขณะที่ตาเฒ่าฟ่งกำลังฝืนแรงกล่าวอยู่นั้น เขาก็ได้สำรอกเลือดออกมาทางปากอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเฮือกใหญ่ และกล่าวต่อ
"...จากนี้ไป ข้าขอให้องค์หญิงจงมีแต่ความสำราญพระทัยในตลอดช่วงพระชนม์มายุที่เหลืออยู่ ข้าปรารถนาให้พระองค์ได้ทรงพบเจอคนกับที่จงรักภักดีและต้องการปกป้องพระองค์ด้วยดวงใจทั้งหมดของเขาด้วยเถิด"
น้ำเสียงของตาเฒ่าฟ่งเปล่งออกมานั้นช่างแผ่วเบา แถมอาการเหนื่อยหอบแทบหมดแรงของเขายังดูหนักขึ้น สายตาละห้อยทอดมองตามหลานสาวอย่างอาลัยอาวรณ์
นาทีต่อมา จู่ ๆ เขาก็เกิดอาการธาตุไฟและลมปราณแตกซ่านอย่างไร้สาเหตุ ทำให้เลือดได้ไหลออกมาผ่านทวารทั้งเก้า
ท่อนแขนอันผอมเล็กและเหี่ยวแห้ง ซึ่งเคยวางแนบอยู่บนหน้าอก ตอนนี้ได้ร่วงตกลงไปด้านข้างลำตัวบนเตียงไม้เก่าราวกับใบไม้ที่ร่วงหล่นลงบนพื้น
อนิจจา! บัดนี้ตาเฒ่าฟ่งได้ละสังขาร สิ้นลมหายใจลงเสียแล้ว
ทางด้านฟ่งหลันหลั่น ก็ตั้งหน้าตั้งตาเดินเท้ามุ่งเข้าเมืองจิ่วเพื่อไปตามคำนัดหมาย แต่นางหารู้ไม่ว่าตอนนี้ ตาเฒ่าฟ่ง ครอบครัวเพียงคนเดียวของนาง ได้ลาลับจากโลกใบนี้ไปเสียแล้ว
เขาได้จากไปโดยไม่แม้แต่คำร่ำลา ฟ่งหลันหลั่นจะมีชีวิตอยู่ตามลำพังต่อไปเช่นไร แล้วหากนางได้รับรู้ว่าตาเฒ่าของนางไม่อยู่แล้ว สตรีน้อยผู้นี้จะเจ็บปวดและเสียใจเพียงใดกัน
...
เซียงไค 盛開
การสร้างสรรค์งานเป็นเรื่องยาก ส่งกําลังใจให้กันด้วยนะ!
มีความเห็นเกี่ยวกับนิยายเรื่องนี้ใช่รึเปล่า คอมเมนต์มาได้เลยไรต์อยากฟัง
อ่านแล้วชอบไหม เพิ่มในคลังหนังสือเลยสิ!
Thank you so much. ^^ Xoxo