【คนโบราณทะลุมิติไปยุคปัจจุบัน + ปลูกผักเลี้ยงลูก + แกล้งทำตัวเป็นเทพเจ้า + พาทั้งหมู่บ้านเจริญ】
หลังจากสามีสอบติดซิ่วไฉก็ถูกตาต้องใจคุณหนูบุตรสาวเจ้าเมือง หยุนเจินและลูกสาวจึงถูกทอดทิ้งอย่างรุนแรงไร้เยื่อใย นางพาลูกสาวกลับไปอยู่บ้านเดิม ทว่าครอบครัวเดิมก็ยากจนข้นแค้นจนไม่มีอะไรจะกิน ต้องยังชีพด้วยการขุดผักป่าและพึ่งพาความช่วยเหลือจากคนในหมู่บ้าน ซ้ำร้ายยังต้องเผชิญกับพายุหิมะครั้งใหญ่ในรอบร้อยปี ดูเหมือนว่าทั้งครอบครัวกำลังจะหนาวตายในบ้านผุพังหลังนี้
ในเวลานี้ หยุนเจินก็พบว่ากำไลไม้ที่เก็บมาได้นั้นสามารถพานางทะลุมิติไปยังอีกโลกหนึ่งได้
โลกแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ ผู้คนต่างอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข
มาครั้งแรกนางก็เก็บผ้าห่มหนักกว่าสิบจินได้หนึ่งผืน ข้างในยัดไส้ด้วยฝ้ายที่แพงกว่าทองคำ ห่มแล้วทั้งกันลมและให้ความอบอุ่น!
มาครั้งที่สองนางได้พบกับคนใจดีที่ให้ที่พักพิง ไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาเรื่องสถานะบุคคลให้นาง แต่ยังพานางไปหางานทำ ค่าจ้างจากการทำงานพิเศษเพียงหนึ่งวันก็สามารถซื้อข้าวสารชั้นดี แป้งขาว และหมูสามชั้นได้ ช่วยแก้ปัญหาปากท้องของครอบครัวได้สำเร็จ
หยุนเจินทั้งเก็บของเก่าและทำงานพิเศษไปด้วย จนครอบครัวของนางได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย มีข้าวสวยและหมูสามชั้นน้ำแดงกินทุกมื้อ
นางยังไม่ลืมชาวบ้านที่เคยช่วยเหลือครอบครัวของนาง นางพาพวกเขากินอิ่มนอนอุ่น และผ่านพ้นวิกฤตพายุหิมะอันหนาวเหน็บไปด้วยกัน
……
เด็กที่บังเอิญเก็บมาได้กลับกลายเป็นองค์ชาย?
องค์ชายยอมรับนางเป็นแม่บุญธรรม หลังจากขึ้นครองราชย์ก็แต่งตั้งนางเป็นท่านผู้หญิงแห่งแผ่นดินที่อยู่เหนือคนนับหมื่น ลูกสาวของนางก็กลายเป็นองค์หญิงเช่นกัน!
"เจินเหนียง ข้าผิดไปแล้ว ข้าจะหาเกี้ยวแปดคนหามมารับเจ้าเข้าบ้านอย่างสมเกียรติ!"
อดีตสามีสารเลวเห็นว่าหยุนเจินไม่ได้หนาวตายหรืออดตาย ซ้ำยังกลายเป็นแม่บุญธรรมของฮ่องเต้ ก็รู้สึกเสียใจสุดขีดจนแทบกระอักเลือด รีบคุกเข่าขอคืนดี
คุณหนูบุตรสาวเจ้าเมืองร้องไห้คร่ำครวญว่าตัวเองไม่ควรแย่งผู้ชายของคนอื่น
หยุนเจินแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา สั่งให้คนทุบตีพวกเขาแล้วไล่ออกไป "อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ความในใจของพวกเจ้า อย่าหวังว่าจะได้เอาเปรียบข้าแม้แต่นิดเดียว!"