บทที่ 6 แก๊งเงินกู้นอกระบบ (2)
จากข้อมูลที่พี่เล่าให้ฟังรวมกับที่เธออ่านมาจากนิยาย หลี่ชวนคนที่เอาหนี้ไปขายให้แก๊งเงินกู้นอกระบบนี้ เป็นญาติห่างๆของตระกูลหลี่ พ่อของเขาเป็นลูกพี่ลูกน้องกับพ่อของพวกเธอ เมื่อสิบกว่าปีก่อนครอบครัวของเขาก็ฐานะไม่ดีนัก โชคดีที่ได้พ่อของเธอให้ความช่วยเหลือ ให้ทุนและแบ่งงานส่วนหนึ่งจากบริษัทตระกูลหลี่ไปให้พวกเขาได้ตั้งตัว ทำให้มีฐานะดีขึ้นมา จริงๆแล้วควรเป็นญาติที่พวกเราสามารถไว้ใจได้ แต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น
หลี่ชวนอายุพอๆกับพี่ชายของเธอ แต่ความสำเร็จในชีวิตกลับไม่มี เขาถูกญาติๆพูดเปรียบเทียบกับพี่ชายของเธอมาตลอดทำให้เกิดความอิจฉาริษยาอยู่ในใจ นางเอกเยว่ซินที่เกิดใหม่ทราบเรื่องนี้ จึงเข้าหาหลี่ชวนยุยงให้เขาร่วมมือกับเธอและเหอยี่หานช่วยทำลายตระกูลหลี่
การที่จู่ๆเอาเงินมาให้ยืม แล้วขายหนี้ให้แก๊งเงินกู้นอกระบบต้องเป็นหนึ่งในแผนการร้ายสักอย่างแน่ๆ และเมื่อซีหลินมาคิดใคร่ครวญดูดีๆ การที่หลี่อี้เทียนโดนแก๊งเงินกู้ทุบกระดูกสันหลังจนพิการ มันผิดปกติมากจริงๆ
ข้อที่หนึ่ง ตระกูลหลี่พึ่งล้มละลายมาหนึ่งเดือน พวกแก๊งก็คงจะเป็นเจ้าหนี้ครอบครัวเธอไม่นานนัก นี่อาจจะเป็นแค่เดือนที่หนึ่งหรือเดือนที่สองเท่านั้น แต่พวกมันก็กระเหี้ยนกระหือรือมาทวงเงินอย่างหนัก และอย่างที่เขียนไว้ในนิยาย ก็คือทำร้ายพี่ชายของเธอจนพิการ
เมื่อพี่ชายเธอพิการไปแล้ว มันคิดว่าพวกเราจะหาเงินที่ไหนมาคืนให้มันได้ล่ะ ถ้าไม่เพราะว่ามันโง่มากจริงๆ การทำร้ายพี่ชายเธอจนไม่อาจพลิกฟื้นกลับมาได้อีกก็อาจจะเป็นจุดประสงค์หลักของมันหรือเปล่า
เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้ข้อนี้ ซีหลินจึงไม่ยอมให้พี่ลงไปเสี่ยงอันตรายเด็ดขาด
เธอรีบกดโทรหาตำรวจทันที
"มีผู้ชายเจ็ดคน มีอาวุธทั้งมีดไม้ทั้งกระบอง กำลังล้อมรถพวกเราอยู่ค่ะ ช่วยเราด้วย เราอยู่ที่ถนนทางขึ้นเขาไปโรงแรมหลิ่งเหลียน" หญิงสาวแจ้งข้อมูลกับตำรวจด้วยเสียงสั่นเครือ แม้จะพยายามตั้งสติ แต่เธอก็ยังหวาดกลัวมากอยู่ดี
"ครบกำหนดชำระเงินยังอีกสามวัน วันนี้มันอาจจะมาเพื่อข่มขู่เท่านั้น เสี่ยวซี ไม่เป็นไรไม่ต้องกลัว พวกเราอาจจะยังเจรจากับมันได้" หลี่อี้เทียนพยายามพูดปลอบใจ
ยังไม่ทันที่หลี่อี้เทียนจะพูดจบ ไอ้คนหนึ่งก็ยกเท้าขึ้นมายันๆไปที่ประตูรถ
"เฮ้ย! ลงมา!! รีบจ่ายเงินมาเดี๋ยวนี้"
หลายคนก็เอาไว้เอาวุธที่มีเคาะๆไปที่รถของพวกเธออย่างกร่างๆ อี้เทียนคิดว่าจะลงไปคุยกับพวกมันดีๆ หากปล่อยไปอย่างนี้หากรถถูกมันทุบทำลายก็แย่แน่ ถึงรถจะมีสภาพเก่าราคาไม่ได้แพงอะไร แต่มันก็เป็นอุปกรณ์ในการหาเลี้ยงชีพของเขาในช่วงนี้ ถ้ารถเสียหาย หนทางหารายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในครอบครัวก็หมดลง
เขากำลังจะเปิดประตูลงไป แต่ก็ถูกน้องสาวดึงเอาไว้อย่างแน่นหนา ลงไปไม่ได้จริงๆ จึงทำได้แค่เลื่อนกระจกรถลงเล็กน้อยแล้วสนทนากับพวกมันผ่านทางนั้น
"ยังไม่ครบกำหนดจ่ายเงินเลย พวกนายจะรีบมาทวงไปทำไม เงินฉันมีให้อยู่แล้ว"
"เจ้านายของเราเลื่อนวันเก็บเงินมาเป็นวันนี้ แกก็รีบจ่ายเงินมาเร็วๆอย่าเรื่องมาก!"
"เฮ้ย จะเลื่อนเองตามอำเภอใจได้ยังไง"
"เลื่อนได้ไม่ได้มันอยู่ที่การตัดสินใจของเจ้านายพวกเรา ส่วนแกก็มีหน้าที่จ่ายเงินมา ดอกเบี้ยเดือนนี้ กับดอกเบี้ยเดือนก่อนอีกห้าวัน ที่เจ้านายใจดียอมปัดให้มารวมกับเดือนนี้อีกหนึ่งล้าน รวมสองล้าน รีบจ่ายมา!!"
"พวกนายจะคิดเงินตามอำเภอใจแบบนี้ไม่ได้นะ สัญญาที่พ่อฉันเซ็นเอาไว้ก็เป็นสัญญากู้ยืมปกติไม่มีดอกเบี้ยด้วยซ้ำ แต่จู่ๆพอคนขายหนี้ไปให้พวกนายแล้วก็มาตั้งดอกเบี้ยเอาเองแบบนี้" อี้เทียนสุดจะทนกับความไร้เหตุผลของพวกมัน
"มึงกล้าเถียงกูเหรอ! แน่จริงมึงลงมา หดหัวอยู่แต่ในรถแล้วทำปากกล้า!!"
"พี่คะ หนูพอมีเงินอยู่เราจ่ายหนี้ให้พวกมันก่อนได้ไหมคะ" ซีหลินกระซิบถามพี่ชายเสียงเบา
หลี่อี้เทียนเลื่อนปิดกระจกแล้วหันมาเอ่ยตอบน้องสาว
"เสี่ยวซี น้องจะเหลือเงินอยู่สักเท่าไหร่กัน ทรัพย์สินในชื่อของน้องก็ถูกยึดไปพร้อมกับตอนที่คนมายึดทรัพย์พ่อแล้ว"
กระบวนการบังคับล้มละลายตามกฎหมายของประเทศZก็คือจะถือว่าทรัพย์สินของคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเป็นทรัพย์สินของผู้ล้มละลาย ต้องถูกยึดทรัพย์ไปด้วย เสี่ยวซีอายุสิบเก้าปียังไม่ถึงยี่สิบ จึงถือเป็นผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ทรัพย์สินทุกอย่างในชื่อของน้องจึงถูกเจ้าหนี้มายึดไปตั้งแต่เมื่อเดือนก่อน
แม้จะยังเหลือทรัพย์สินติดตัวอยู่บ้างที่เจ้าหนี้ตามมาทวงไปไม่หมด ซึ่งน่าจะเป็นพวกเสื้อผ้ากระเป๋าเครื่องประดับที่ติดตัวตอนออกจากบ้านมา แต่รวมๆแล้วคงมีมูลค่าไม่กี่แสน แม้เงินหลักแสนในสภาวะครอบครัวของเราตอนนี้จะถือเป็นเงินก้อนใหญ่ แต่ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคิดจะให้น้องเอาทรัพย์สินพวกนั้นไปขายแล้วนำเงินมาให้ครอบครัวเลย เขาเลือกจะดิ้นรนด้วยตัวเองมากกว่าจะให้น้องสาวต้องมาลำบากไปด้วย ตอนนี้ก็เช่นกัน เรื่องหนี้สินพวกนี้เขายินดีรับผิดชอบเอง ไม่อยากให้น้องต้องมาเดือดร้อน หลี่อี้เทียนเอ่ยปฏิเสธออกไปอีกครั้ง
"น้องเก็บเงินเอาไว้เถอะ เรื่องนี้ให้พี่จัดการเอง"
"พี่ใหญ่หนูมีเงินจริงๆ วันนี้หนูบอกเลิกกับเหอยี่หานแล้วทวงของขวัญที่หนูเคยให้เขาและครอบครัวคืน เขากลัวเสียหน้าเลยยอมจ่ายเป็นเงินสดคืนมาให้หนูสิบสองล้าน"
"นี่น้องพูดจริงเหรอ ทำไมตัวเลขมันพอดีแบบนี้ล่ะ" พอได้ยินตัวเลข หลี่อี้เทียนก็หันมามองหน้าน้องสาวด้วยความตกใจ
"หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่ตอนนี้ในบัญชีหนูมีเงินอยู่สิบสองล้านจริงๆ" ซีหลินก็สงสัยเช่นกันทำไมยอดเงินที่เธอทวงกับเหอยี่หานถึงเป็นตัวเลขสิบสองล้านพอดีกับยอดหนี้และดอกเบี้ยนี้เป๊ะๆ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เธอหรือเจ้าของร่างเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าครอบครัวเป็นหนี้แก๊งเงินกู้นอกระบบเท่าไหร่
พอทบทวนไปซีหลินก็นึกได้ เหมือนตอนที่ทวงเงิน เธอก็กะจะนับเป็นตัวเลขกลมๆที่สิบล้าน แต่เหมือนได้ยินเสียงในหัวบางอย่างบอกว่าให้เพิ่มเงินมากขึ้น เธอเลยทวงเงินจากส่วนของนางเอกเพิ่มมาด้วย ทำให้มียอดรวมที่สิบสองล้านแบบนี้ หรือจะเป็นเสียงของระบบเพกาซัสที่ช่วยเธอเอาไว้เหรอ
เธออยากสอบถามระบบสักหน่อย แต่เพราะสถานการณ์คับขันตรงหน้า จึงจำเป็นต้องพักเรื่องนี้เอาไว้ก่อน
"ถ้ายังไงพี่ลองคุยกับหัวหน้าพวกมันดูได้ไหมคะ ถ้าเราจ่ายเงินให้มันตอนนี้มันจะยอมจบ เลิกตามระรานเราหรือเปล่า ที่สำคัญอย่าลืมสัญญาเงินกู้นะคะ ต้องได้สัญญาและคำรับรองว่ามันจะไม่ตามมาระรานเราอีกซะก่อน เราค่อยจ่ายเงินทั้งหมดให้มัน"
"น้องมีเงินจริงๆนะ" เขาถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
ซีหลินพยักหน้ารับ "หนูจะโกหกพี่ทำไมล่ะคะ หนูมีเงินจริงๆ"
"แต่ว่ามันเป็นเงินของน้อง"
"สถานการณ์อย่างนี้ยังจะแบ่งแยกเงินเขาเงินใครอีกเหรอคะ หนูก็เป็นสมาชิกในครอบครัวคนหนึ่งเหมือนกัน ครอบครัวเกิดเรื่องหนูก็ควรร่วมช่วยแก้ปัญหาด้วยนะคะ"
เห็นสายตาแน่วแน่ของน้องสาวอี้เทียนก็นิ่งอึ้งไป
"เสี่ยวซีของพี่เติบโตแล้วจริงๆ"
"อีกไม่กี่เดือนหนูก็จะอายุยี่สิบแล้วนะคะพี่ใหญ่ บรรลุนิติภาวะ"
"นั่นสินะ แต่พี่ยังจำภาพน้องตอนอายุสองสามขวบวิ่งเล่นที่สนามหญ้าหน้าบ้านของเราได้อยู่เลย"
"ไม่มีใครที่จะเป็นเด็กไปได้ตลอดหรอกค่ะ ยิ่งสิ่งที่ครอบครัวเราพบเจอยิ่งทำให้หนูต้องเติบโตให้เร็วที่สุด อย่างน้อยก็มีอีกหนึ่งแรงมาช่วยครอบครัวของเรา
จากนี้ พี่ก็ให้หนูช่วยแบ่งเบาปัญหาต่างๆด้วยเถอะนะคะ อย่าแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวอีกเลย"
"ได้" หลังจากเงียบไปนาน หลี่อี้เทียนก็พยักหน้าตกลง