...
แม่ของเรไรไม่ยอมเชื่อลูกสาวของเธอ และเธอคงคิดว่าลูกของเธอกำลังเสียเปรียบพวกของทางฝั่งเมียหลวงอยู่ เธอถือว่าลูกสาวของเธอนั้นยังสาวยังสวยอยู่และน่าจะเรียกร้องอะไรได้บ้าง..
เรไรตัดสินใจไปหาอานนท์ เธอบอกความต้องการของเธอให้กับอานนท์ฟัง ในตอนนั้นแม่ของเธอก็ไปเป็นเพื่อนกับเธอด้วย อานนท์ได้รับเงินคืนจากสุพัทรามาแล้ว เขาจึงได้ยื่นเงินบางจำนวนแบ่งให้กับเรไร
" เอาไปแค่นี้ก่อนนะ ไปซื้อมุ้งกับพัดลมมาก่อน แล้วพรุ่งนี้พี่จะพาไปซื้อของใช้จำเป็นเพิ่มเติม " เขายื่นธนบัตรใบละห้าร้อยมาให้เรไรสองฉบับ
สำอางค์ ( แม่ของเรไร ) คว้าเงินที่อยู่ในมือของเรไรไปอย่างรวดเร็ว เธอนับจำนวนเงินแล้วบ่นใส่อานนท์
" อะไร ? ให้มาได้แค่เนี้ย!! แล้วไม่เผื่อให้ซื้อข้าวกินเลยรึไง เห็นลูกสาวฉันเป็นอะไร ? "
อานนท์ทำหน้างงๆ แต่พอเรไรบอกว่า คนนี้คือแม่ของหล่อน อานนท์ก็ยกมือขึ้นไหว้ในทันที
" เอ่อ.. สวัสดีครับ "
" เออ.. " สำอางค์พูดโดยไม่มองหน้าอานนท์เลยด้วยซ้ำ
" พอดีว่าพรุ่งนี้ผมหยุดน่ะครับ ผมตั้งใจจะไปหาเรไรอยู่แล้ว จะได้ไปดูว่าเธอขาดเหลืออะไรด้วย จะได้ไปซื้อของกันน่ะครับ แต่เห็นว่าตอนนี้เธอไม่มีมุ้งกับพัดลม ก็เลยกลัวว่าจะร้อนกันและเวลานอนยุงอาจจะกัด ก็เลยให้ไปซื้อเอามาไว้ใช้กันก่อน แค่มุ้งกับพัดลมเท่านี้ก็น่าจะพอนะครับ ใช้ของที่มันพอใช้ได้ไปก่อนก็ได้นี่ครับ จะได้ประหยัดเงินไปด้วย ผมไม่ค่อยมีเงินเท่าไหร่ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ให้กินอะไรแบบนั้นนะครับ "
" ก็.. แหม.. ฉันก็กลัวว่าเธอจะทิ้งๆขว้างๆลูกของฉันน่ะสิ แล้วนี่เธออยู่บ้านใหญ่โตขนาดนี้ไม่มีเงินได้ยังไงกัน "
" นี่ไม่ใช่บ้านของผมหรอกครับ เป็นบ้านของเจ้านายของผม และผมทำงานเฝ้าบ้านให้เค้าน่ะครับ "
" แหม.. ที่จริง!! ทำไมไม่เอาเรไรมาอยู่ที่นี่เลยล่ะ ลูกของฉันจะได้สบายหน่อย "
" แม่!!.. พี่นนท์เขาก็บอกว่าเป็นบ้านเจ้านายเอาคนอื่นมาอยู่ด้วยได้ที่ไหนกันล่ะ เดี๋ยวพี่เขาก็โดนไล่ออกกันพอดี แม่นี่.. พูดอะไรไม่รู้เรื่องเลย.. "
" เอ้า.. ก็เห็นแกเคยบอกว่าเคยมานอนที่บ้านหลังนี้ไง "
" นั่นมัน.. แม่พอเถอะ "
" เอ่อ.. ขอโทษครับ พอดีว่าสุพัทราภรรยาผมได้ตกลงกับพวกเราเรียบร้อยแล้วครับ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องที่พักให้กับเรไร และจะเป็นการยุติธรรมให้กับทั้งสองฝ่าย เพราะอันที่จริงผมก็ไม่ได้ติดต่อกับเรไรอีกเลยมา 3 เดือนแล้วจนกระทั่งเธอมาบอกว่าเธอท้องกับผม ซึ่งผมก็พร้อมยอมรับผิดชอบตามกำลังที่ผมมี "
" โธ่เอ้ย.. แล้วบ้านของเธอล่ะอยู่ที่ไหน ? เรื่องนี้ครอบครัว!? พ่อแม่ของเธอรู้เรื่องรึเปล่า ? "
" เอ่อ.. แม่ของผมรู้เรื่องแล้วครับ แต่คงยังไม่พร้อมในตอนนี้สักเท่าไหร่ "
" ไม่พร้อมอะไร.. ต้องรอถึงเมื่อไหร่กัน ? ท้องของเรไรมันโตขึ้นทุกวันๆนะจะไม่คิดทำอะไรเลยงั้นรึ "
" แม่.. พี่เขาก็บอกไปแล้วไงว่า เขาจะดูแล แม่พอทีเถอะ "
" ไม่ได้สิ.. ว่าไง บ้านพ่อแม่ของเธออยู่ที่ไหนล่ะ ถ้าไม่กล้าไปฉันจะไปเอง.. หนอย!! ให้มาอยู่บ้านเช่า ทีตัวเองอยู่บ้านใหญ่โต และบ้านพ่อแม่ตัวเองก็มี ทำไมไม่ให้ลูกชั้นไปอยู่ที่บ้านของเธอล่ะ "
" แม่.. ฉันไม่ได้ขอให้แม่มาทำแบบนี้นะ ถ้าแม่ไม่พอใจ แม่กลับบ้านไปเลย ฉันอยู่ของฉันเองได้ "
" เอ้า.. อีนี่.. นึกว่าฉันอยากมาอยู่กับแกเรอะ ! ฉันเป็นห่วงแกหรอกนะเดี๋ยวจะโดนพวกคนเห็นแก่ตัวเอาเปรียบแกเอา "
" ไม่มีใครเอาเปรียบเรไรหรอกครับ แล้วที่บ้านหลังนั้นมันคือบ้านแม่ของผมเอง ผมไม่ได้เป็นเจ้าของอีกอย่างภรรยากับลูกของผมก็อยู่ที่นั่น และไม่ได้ใหญ่โตอะไรแบบที่คุณป้าคิดด้วยครับ "
" นี่.. เธอ.. ฉันเป็นแม่ยายของเธอนะ เรียกคุณแม่ยายสิ ไม่ใช่คุณป้า "
" เอ่อ.. ครับ.. คุณ.. แม่ยาย.. " อานนท์มองหน้าเรไรแบบไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก เรไรทำหน้าเสียอาการไปได้อย่างชัดเจน ว่าทำไมแม่ของหล่อนถึงได้วุ่นวายอะไรกันขนาดนี้ แล้วนี่เธอจะได้อยู่อย่างสงบสุขกันไหมล่ะนั่น..
" หรือว่าเธอจะให้ฉันไปหาเมียหลวงของเธอดีล่ะ.. ฉันรู้จักนะ หล่อนเป็นเจ้ามือหวยนี่ ฉันถามคนแถวๆบ้านของฉันเองก็ได้ " สำอางค์ยังไม่ลดละเธอยังจะถามเพื่อเอาคำตอบให้ได้
" เรไรพี่ว่าเธอพาแม่ของเธอกลับบ้านไปเถอะ พี่จะไปทำงานแล้ว และพรุ่งนี้พี่ค่อยแวะไปหาตอนเที่ยงๆก็แล้วกันนะ " อานนท์พูดตัดบทและเดินหนีเข้าประตูบ้านไป
" โห!! ไอ้เจ้านี่.. มันจองหองนัก ผู้ใหญ่พูดด้วยก็ไม่ยอมตอบ ทำเป็นทนฟังไม่ได้ "
" แม่.. หนูว่าแม่กลับบ้านไปเถอะ เดี๋ยวหนูจัดการเรื่องของหนูเอง แม่ไม่ต้องยุ่งกับหนูหรอก ไปอยู่ดูเฝ้าแฟนของแม่ให้ดีเถอะ "
" แล้วมันเกี่ยวอะไรกับแฟนของชั้น เค้านิสัยดีจะตายไปไม่อวดดีอย่างผัวของแกหรอกนังลูกโง่ "
" ก็นั่นแหละ.. มันดีมากจนหนูไม่อยากอยู่กับแม่เลยไง เมื่อไหร่แม่จะเลิกทำตัวแบบนี้ หนูเบื่อ.. "
" เออ.. ชั้นไปก็ได้ เชิญแกอยู่ให้สบายใจไปเลยนะ " สำอางค์เดินหนีลูกสาวของเธอ
" เดี๋ยวก่อนแม่.. "
" อะไรอีกล่ะ "
" เอาเงินของหนูคืนมาด้วย หนูจะไปซื้อของ "
" โอ้ยย.. อะไรกันอีก ไอ้เงินแค่เนี้ย.. เอาคืนไปเลยไป " สำอางค์หงุดหงิดที่ลูกสาวของเธอไม่ได้ดั่งใจอะไรสักอย่าง
....
รุ่งขึ้นอีกวัน สำอางค์เธอรู้ว่าอานนท์คงไม่ได้อยู่ที่บ้านเพราะว่าหล่อนได้ยินที่อานนท์นัดกับเรไรว่าจะไปซื้อของด้วยกัน เธอเที่ยวถามคนแถวๆบ้านของเธอถึงบ้านของคนขายหวยใต้ดินที่ทำงานโรงงานไปด้วยจนได้ที่อยู่มา เธอจึงคิดแผนการณ์ขึ้น.. จะไปหาเพื่อขอเงินค่าทำขวัญให้แก่ลูกสาวของตัวเอง แต่ดูท่าทางแล้วคงจะไม่ได้คิดให้เงินกับลูกสาวของเธอหรอกนะ ยัยป้ามหาภัยคนนี้..
...
พัชรากับชาติชายได้ชักชวนกันมาเยี่ยมพ่อกับแม่ของเธอในวันหยุดโดยไม่ลืมพาน้องแคทลูกสาวตัวน้อยมาด้วย สร้อยดีใจมากที่ลูกสาวพาหลานมาเยี่ยมเธอ วันนี้จึงคึกคักกันเป็นพิเศษ วัลลพจึงขออาสาทำอาหารเลี้ยงลูกๆหลานๆของเขาแทนสร้อย วัลลพเป็นคนที่ทำกับข้าวได้อร่อยมาก แต่เขาไม่ค่อยได้ทำสักเท่าไหร่นัก เพราะด้วยหน้าที่และการงานของเขาจึงทำให้เขาไม่ค่อยมีเวลาทำอาหารเสียมากกว่าเขาจึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของภรรยาของเขาไป ( สร้อย ) เมนูที่วัลลพเลือกทำในวันนี้ได้แก่ ต้มยำไก่ ไข่เจียวหมูสับ และผัดพริกแกงใส่หน่อไม้ เขาดูมีความสุขมากในวันนี้ที่ได้แสดงฝีมือของตนเองในการทำอาหารในวันนี้
ช่วงเวลาแห่งความสุขของคนในครอบครัว.. ในขณะที่ทุกคนกำลังรับประทานอาหารกันอยู่นั้น
" เอ่อ.. นี้ใช่บ้านของอานนท์หรือเปล่าค๊ะ ? " เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งวัยกลางคนกำลังยืนเก้ๆกังๆอยู่หน้าประตูบ้าน
สร้อยมองออกมาด้วยความสงสัย เธอก็เลยลุกจากวงอาหารที่กำลังนั่งรับประทานกันอยู่
" อานนท์.. ทำไมหรือคะ ? "
" ใช่บ้านของอานนท์หรือเปล่าจ๊ะ ? "
" ใช่ค่ะ.. อานนท์เป็นลูกของฉันเอง มีอะไรรึเปล่าคะ ? " สร้อยงุนงงกับผู้หญิงคนนี้ซึ่งเธอไม่เคยรู้จัก
" เอ๋อ.. เป็นแม่สินะ ดีเลย.. ฉันมีธุระเรื่องของอานนท์น่ะ อยากขอคุยด้วยหน่อยน่ะค่ะ "
" เอ่อ.. งั้นเชิญเข้ามานั่งในบ้านก่อนค่ะ " สร้อยต้อนรับแขกที่ไม่รู้จักแต่คิดว่าเขามาธุระจำเป็นอาจเป็นคนรู้จักของอานนท์
" เอ่อ.. ฉันไม่อยากอ้อมค้อมนะคะ พอดีฉันรู้จากอานนท์แล้วว่าคุณแม่.. เอ่อ คุณรู้เรื่องของอานนท์กับลูกสาวของฉันแล้วใช่ไหมล่ะคะ ? "
" ลูกสาว ? " สร้อยทวนคำ
" ใช่ค่ะ.. ลูกสาวของฉันที่ชื่อเรไรไงล่ะคะ "
" อ๋อออ…. แล้วยังไงกันคะ " สร้อยรู้ในทันทีว่าเธอกำลังพูดอยู่กับใคร ?
" ค่ะ ก็ตอนนี้เรไรของฉันกำลังลำบากมากเลยค่ะ งานก็ทำไม่ได้ แถมแม่.. พัท ? ใช่ไหมนะ เมียหลวงของอานนท์น่ะ เขาก็บังคับให้เรไรลูกของฉันเนี้ยต้องอยู่คนเดียว ไอ้ฉันก็ลำบากหาเช้ากินค่ำ บ้านยังต้องไปอาศัยคนอื่นเค้าอยู่เลยค่ะ ( คงหมายถึงแฟนใหม่ของตัวเอง ) ฉันก็เลยอยากให้ลูกของฉันมาอยู่ที่นี่เสียด้วยกันกับคุณแม่ของอานนท์น่ะค่ะ "
สร้อยนั่งฟังอย่างเดียว แต่ตอนนี้เธอกำลังกำมืออย่างแน่น และพยายามอดทนอดกลั้นอย่างสูง
" และอีกอย่างนะคะ เรไรของฉันน่ะ อายุก็ยังน้อยอยู่ยังสาวยังสวยเลยแท้ๆ แต่ต้องมาหมดอนาคต งานการก็ไม่สามารถทำได้เพราะอานนท์เลยนะคะ คุณแม่ของอานนท์ควรจะต้องรับผิดชอบลูกสาวของฉันนะคะ อย่างน้อยก็ควรมีค่าเลี้ยงดูให้กับฉันบ้างสิ.. จริงไหมค่ะคุณแม่..? " สำอางค์พูดลอยหน้าลอยตาอย่างไม่มีความเกรงใจ
เส้นความอดทนอดกลั้นของสร้อยขาดผึง.. เธอพูดแบบไม่เกรงใจกับผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้
" อ๋อ.. รู้เลยว่าลูกมัน… ได้เหมือนใคร จะให้ฉันไปรับผิดชอบเรื่องอะไรของลูกแก ในเมื่อมันแอบไปเอากันเองโดยที่ฉันก็ไม่รู้ แถมอานนท์มันก็มีลูกมีเมียอยู่แล้วเป็นตัวเป็นตน… สะใภ้ของฉันน่ะ ตบแต่งอย่างถูกต้องและถูกกฎหมายส่วนพวกแกเป็นใคร ? ลูกแกก็แค่เมียน้อยยังหน้าด้านมาถึงที่นี่ ฉันไม่มีทางให้อะไรกับพวกแกอย่างแน่นอน ไปเลย!! รีบออกจากบ้านฉันไปเดี๋ยวนี้!! " สร้อยไล่ตะเพิดอย่างไม่แยแส
ทุกคนในบ้านต่างตกตะลึงพรึงเพริด กับอากับกิริยาของสร้อย
" อ่าวๆๆ.. อย่างนี้ก็สวยเซ่… ฉันจะแจ้งความ มาจับพวกแกเอาเข้าคุกให้หมดทุกคนเลย ฉันจะบอกทุกคนเลยว่าลูกของแก.. ทำลูกสาวของฉันท้องแล้วไม่รับผิดชอบ ไม่ยอมจ่ายค่าทำขวัญทั้งๆที่ลูกสาวของฉันยังเป็นเด็กอยู่เลยแท้ๆ ฮือๆๆ แล้วนังเมียหลวงนั้นยังมากดขี่ข่มเหงลูกสาวของช้านด้วย ฮือๆๆ แง๊… "
สำอางค์แกล้งร้องให้ส่งเสียงดัง จนทำให้สุพัทราที่อยู่ใกล้ๆกันนั้นได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจึงออกมาดู ก็เลยทราบสาเหตุของเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้
" คุณ.. คนนี้คือ..? คุณแม่ของเรไรหรือเปล่าคะ ? " สุพัทราแกล้งหยั่งเชิง
สำอางค์เงยหน้าขึ้นจากการแกล้งร้องให้ของหล่อน เพื่อมองดูว่าผู้ที่กำลังพูดอยู่นั้นเป็นใคร
" ใช่สิ.. ฉันเองแหละค่ะ ที่เป็นแม่ของเรไรผู้น่าสงสารของแม่.. ฮือๆๆ " ว่าเสร็จหล่อนก็ลงมือแหกปากร้องให้อีกครา
" ไม่ต้องแกล้งร้องให้หรอกค่ะ เพราะมันหนวกหูมากเลย " สุพัทราพูดพลางถอนหายใจแบบรู้สึกว่าน่ารำคาญ
" แกล้งอะไรกัน..! เธอเป็นพวกเดียวกันกับคนพวกนั้นใช่ใหม ? "
" ฉันคือเมียหลวงของอานนท์ที่คุณตะโกนปาวๆอยู่เมื่อครู่ยังไงล่ะคะ " สุพัทราบอกเหตุผลให้สำอางค์ได้รับรู้
" และอีกอย่างนะคะ ที่คุณจะไปแจ้งความน่ะระวังโดนจับข้อหาแจ้งความเท็จนะคะ เพราะว่าอานนท์ไม่ได้ไม่รับผิดชอบ และฉันก็ไม่เคยข่มเหงและกดขี่อะไรลูกสาวคุณ แถมยังพาไปหาบ้านเช่าให้อีกด้วย และพวกเราทั้งสามคนก็ได้ตกลงทำสัญญากันมีลายลักษณ์และอักษรด้วยนะคะ จะลองดูไหม ? " สุพัทราว่าพลางแล้วเธอก็ยื่นกระดาษที่ถูกถ่ายสำเนาโดยมีชื่อทั้งสามคน ( สุพัทรา , อานนท์ , และเรไร ) เซ็นอยู่ในนั้นและชื่อของคนขายก๋วยเตี๋ยวกับลูกจ้างเป็นพยานอีกด้วย
หน้าของสำอางค์ดูเปลี่ยนไปหลังจากที่ดูกระดาษใบนั้น
" และก็นะคะ คุณเข้าใจอะไรผิดไปรึเปล่าคะ ? กฏหมายของประเทศไทยเรานั้นไม่เคยได้คุ้มครองเมียน้อยเลยนะคะ เพราะถ้ากลับกันฉันไปแจ้งความเอาผิดลูกคุณ พวกคุณจะต้องเสียเงินนะคะ คุณอยากจะจ่ายคืนให้ดิฉันสักเท่าไหร่ดีล่ะคะ.. ฉันให้โอกาสคุณไปฟ้องร้องได้เต็มที่เลยค่ะ พอดีว่า.. ฉันก็อยากจะรู้ว่าคุณหรือฉันใครกันแน่ที่ต้องอับอายกันมากที่สุด จะเอายังไงดีคะ ? " สุพัทราเดินเข้าไปใกล้สำอางค์อย่างไม่หวั่นเกรง ดวงตาของเธอแน่วแน่อย่างคนเข้มแข็ง หรือว่า.. สุพัทราคนเดิมจะกลับมาแล้ว..
" อะ.. ไรกัน.. ไม่เห็นใครบอกฉันเรื่องนี้เลย " สำอางค์รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่เธอก็ยังคงรั้นแบบโง่ๆต่ออีก
" ฉันไม่เชื่อที่แกพูดหรอก.. เพราะแกจะมาหลอกชั้น คิดว่าฉันโง่แล้วจะเชื่อในสิ่งที่แกพูดอย่างงั้นเหรอ ไม่มีทาง.. อย่างน้อยฉันต้องได้ค่าสินสอดสินไหม ค่าน้ำนมอะไรบ้างสิ!! กว่าฉันจะเลี้ยงลูกมาจนโตหมดไปตั้งเท่าไหร่ "
ชาติชายทนไม่ไหวเพราะรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ดื้อแพ่งจนเกินไป
" คุณน้า.. ผมไม่รู้ว่าคุณน้าไปเอาความคิดแบบนั้นมาจากที่ไหนนะครับ แต่มันคือความจริงครับ เกี่ยวกับกฎหมายในเรื่องของเมียหลวงและเมียน้อย อันที่จริงตัวผมเองก็ไม่อยากไปยุ่งเรื่องของคุณน้าหรอกครับ แต่ผมอยากจะแจ้งเรื่องความเข้าใจผิดของคุณน้าว่า.. ภรรยาที่แต่งงานและจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฏหมายมีสิทธิเรียกร้องและฟ้องร้องเอาผิดสามีของตนที่ประพฤติผิดมีภรรยาน้อยได้ และทั้งยังเอาผิดและเรียกร้องค่าเสียหายได้ทั้งตัวสามีและภรรยาน้อยอีกด้วย " ชาติชายถอนหายใจหนึ่งครั้งทั้งยังคงมองมาที่สำอางค์ด้วยความสมเพช
" คุณน้าจะเสี่ยงลองไปแจ้งความกันดีไหมครับ ผมจะได้เป็นธุระให้ เพราะที่จริงผมหยุดนะวันนี้ ผมทำงานราชการเป็นพัสดีอยู่ในเรือนจำและมีคนรู้จักมีเพื่อนที่เป็นตำรวจ กับทนายอยู่สองสามคน ผมจะได้พาคุณน้าไปภายในวันนี้เลย ดีไหมครับ ? "
สำอางค์รู้สึกหวั่นเกรงและประหม่าในคำพูด หล่อนไม่กล้าที่จะเอ่ยอะไรต่อไปอีก และคงมองมาที่สุพัทราประหนึ่งว่าจะขอความเห็นใจ
" เอ่อ.. แม่หนู.. เอ่อ.. คุณเมียหลวงคะ คือที่จริงแล้ว ฉันก็ไม่ได้รู้เรื่องทางกฏหมายอะไรนั่นหรอก แต่.. อย่าเอาผิดตัวฉันเลยนะ ช่วยนึกสงสารเรไรมันด้วย ตอนนี้มันท้องอยู่ ฉันก็แค่อยากจะช่วยมันหาเงินค่าคลอดลูกน่ะค่ะ แหะ.. แหะ.. " สำอางค์แค่นหัวเราะ
" อะไรกันคะ ? นี่คุณเป็นแม่ของเรไรจริงรึเปล่าคะนี่.. หรือว่าเรไรยังไม่ได้บอกอะไรแก่คุณ.. กันแน่ !! " สุพัทราเริ่มทำเสียงแข็งขึ้น
" ว่าฉันจะจ่ายเงินค่าทำคลอดให้แก่เรไรยังไงคะ..? รวมถึงค่าเช่าบ้านด้วย.. จนกว่าเรไรจะคลอดลูกออกมา ฉันถึงได้ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรแบบนี้ไง ลูกของคุณไม่ได้เสียเปรียบอะไรเลยนะ!! จนฉันเริ่มคิดแล้วเนี่ย.. ว่าควรจะฟ้องเรียกเงินคืนจากคุณดีไหม ? "
" โอ๊ะ.. อย่าทำแบบนั้นเลยนะ ฉันขอร้อง.. ฉันขอโทษ ฉันไม่เอาอะไรแล้ว ฉันกลับก่อนนะ " สำอางค์เลิ่กลักตอบและรีบผลุนผลันลุกเดินหนีออกจากบ้านไป…